เปิดสอบสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รวมจำนวน 22 อัตรา (23 เม.ย.-15 พ.ค.55)
สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศ รับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ ตำแหน่ง นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน และ นักวิชาการทรัพยากรธรณีปฏิบัติการ รวมจำนวน 22 อัตรา (23 เม.ย.-15 พ.ค.55)
นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน
ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาการก่อสร้าง และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของ ก.พ.
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ปฏิบัติงานด้านช่างรังวัด ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฎิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
๑. ด้านการปฏิบัติการ
(๑) ดำเนินการสำรวจ รังวัด เพื่อทำแผนที่ ในการออกเอกสารสิทธิ์ การสอบเขต การแบ่งแยก การรวมโฉนด การพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดิน การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงประทานบัตร และการรังวัดทำแผนที่ประเภทอื่นๆ
(๒) สำรวจ จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพจากสภาพพื้นที่ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและปรับปรุงแผนที่ใช้ประกอบการประเมินราคาที่ดินให้ตรงตามสภาพการใช้ประโยชน์
(๓) รังวัดเพื่อวางโครงหมุดหลักฐานแผนที่ วางโครงหมุดบังคับภาพ จัดสร้างหรือปรับปรุงระวางแผนที่ ตรวจสอบและรับรองผลการรังวัด จัดทำบัญชีควบคุมการสร้างและการใช้ระวางแผนที่ เพื่อนำไปใช้ในการออกเอกสารสิทธิ์
(๔) รวบรวมระเบียบและวิธีการรังวัดทำแผนที่ ในการออกหนังสือสำคัญแสดงสิทธิในที่ดิน ประทานบัตร เพื่อให้เกิดความถูกต้องเหมาะสมกับทุกฝ่าย
(๕) สอบสวน ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทเกี่ยวกับการรังวัดทำแผนที่ของประชาชน หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในระดับเบื้องต้น เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและประชาชน
(๖) จัดเก็บบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์การรังวัด และควบคุมการเบิกจ่ายหลักฐานการรังวัดต่างๆ เพื่อใช้ในการรังวัดทำแผนที่ให้มีประสิทธิภาพ
(๗) ตรวจสอบแผนผังการจัดสรรที่ดินให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการจัดสรรที่ดิน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อที่ดินให้ได้รับความเป็นธรรม
(๘) ดำเนินการทดสอบความรู้ ตรวจสอบเครื่องมือรังวัด การปฏิบัติงานของช่างรังวัดเอกชน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
๒. ด้านการบริการ
(๑) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหาเกี่ยวกับงานรังวัดทำแผนที่ จัดสร้างระวางแผนที่ แนวเขตที่ดินของรัฐที่ตนมีความรับผิดชอบ แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นที่เป็นประโยชน์
(๒) ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนหรือประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานรังวัด และแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหน่วยงานและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
นักวิชาการทรัพยากรธรณีปฏิบัติการ
๑. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ทาง
- เคมี, เคมีเทคนิค, เคมีวิศวกรรม, เคมีศึกษา, เคมีอุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์-เคมี, เคมีเชิงพิสิกส์
- ฟิสิกส์, ฟิสิกส์(ฟิสิกส์นิวเคลียร์), ฟิสิกส์ศึกษา, ฟิสิกส์อิเล็กทรอนิกส์, ฟิสิกส์ออปติกส์, วิทยาศาสตร์-ฟิสิกส์, ฟิสิกส์เครื่องมือวัด, ฟิสิกส์พอลิเมอร์
- นิวเคลียร์เทคโนโลยี
- ธรณีวิทยา (หรือธรณีศาสตร์), ธรณีศาสตร์ปิโตรเลี่ยม, เทคโนโลยีธรณี, ธรณีฟิสิกส์
- วัสดุศาสตร์, เซรามิกส์, เทคโนโลยีเซรามิกส์, เทคโนโลยีอัญมณี, วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์,วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ประยุกต์และเทคโนโลยีสิ่งทอ, เทคโนโลยีเคมีสิ่งทอ, การจัดการเคมีสิ่งทอ, วัสดุศาสตร์-เทคโนโลยีอัญมณี, เทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์, วิทยาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอ
- ปิโตรเคมี, เทคโนโลยีปิโตรเคมี, ปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์, เทคโนโลยีการพลังงาน, เทคโนโลยีอุณหภาพ, วิทยาศาสตร์มหโมเลกุล
- ภูมิศาสตร์, ภูมิศาสตร์กายภาพ, เทคโนโลยีภูมิศาสตร์, โลกศาสตร์, เทคโนโลยีภูมิทัศน์,เทคโนโลยีทางภาพ, การรับรู้ระยะไกล
- อุตุนิยมวิทยา, สมุทรศาสตร์, สมุทรศาสตร์สกายะและเคมี, วาริชศาสตร์, วิทยาศาสตร์ทางทะเล, อุทกวิทยา
- วิทยาศาสตร์ทั่วไป, วิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพ
๒. สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์
๓. สาขาวิชานิติศาสตร์
๔. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรีของ ก.พ.
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรธรณี ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
๑. ด้านการปฏิบัติการ
(๑) รวบรวมข้อมูล จัดทำข้อมูล และประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับงานวิชาการทรัพยากรธรณี เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ทั้งในส่วนของการกำหนดพื้นที่ การสงวน การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรณี หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๒) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยแร่ น้ำบาดาล เชื้อเพลิงธรรมชาติ การคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย
๒. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
๓. ด้านการประสานงาน
(๑) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
(๒) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
๔. ด้านการบริการ
ให้คำปรึกษา แนะนำในเบื้องต้น และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิชาการทรัพยากรธรณีแก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดดูรายละเอียด : คลิก Download เอกสาร ( ขนาด 1.44 MB )
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
นายช่างรังวัดปฏิบัติงาน
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเหมืองแร่ 2510
- แนวข้อสอบสำรวจรังวัด
- การคำนวนรังวัด
- แนวข้อสอบการจัดทำแผนที่เบื้องต้น
นักวิชาการทรัพยากรธรณีปฏิบัติการ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเหมืองแร่ 2510
- แนวข้อสอบธรณีวิทยา
- ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา
- การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ธาติ
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับธรณีวิทยา
1. หินแบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามข้อใด
ก. หินอัคนี หินชั้น หินแปร
ข. หินอัคนี หินตะกอน หินชั้น
ค. หินตะกอน หินแกรนิต หินชั้น
ง. หินแกรนิต หินตะกอน หินอัคนี
2. เมื่อหินอัคนีถูกแรงอัดนาน ๆ จนทับถมประสานตัวกันแน่นเกิดเป็นหินอะไร
ก. หินอัคนี
ข. หินชั้น
ค. หินแกรนิต
ง. หินบะซอลต์
3. สิ่งใดมีอิทธิพลมากที่สุดในการเกิดหินแปร
ก. แรงโน้มถ่วงของโลก
ข. พลังงานแสงอาทิตย์
ค. ความแปรปรวนของอากาศ
ง. ความร้อนความกดดันภายในโลก
4. หินศิลาแลงควรใช้ทำอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ทำป้ายชื่อ
ข. ทำถนน
ค. ทำครกหิน
ง. ทำกำแพงสถานที่สำคัญ
5. ข้อใดเกี่ยวข้องกับการเกิดหินอัคนีมากที่สุด
ก. ซากพืช
ข. ซากสัตว์
ค. โคลนตม
ง. ลาวา
6. หินในข้อใดเรียงลำดับการเกิดได้ถูกต้อง
ก. หินไนส์ หินปูน ถ่านหิน
ข. หินดินดาน หินปูน หินไนส์
ค. หินแกรนิต หินทราย หินชนวน
ง. หินปูน หินอ่อน หินบะซอลต์
7. หินไนส์ใช้ทำประโยชน์ในด้านใดมากที่สุด
ก. ทำกระดานชนวน
ข. ทำครก ทำโม่
ค. ประดับอาคารบ้านเรือน
ง. เป็นส่วนผสมคอนกรีต
8. หินในข้อใดจัดเป็นหินแปร
ก. หินอ่อน หินไนส์
ข. หินปูน หินดินดาน
ค. หินแกรนิต หินบะซอลต์
ง. หินทราย หินแกบโบร
9. แร่ที่เกิดจากการทับถามของซากพืช คือข้อใด
ก. ยิบซั่ม
ข. ถ่านหิน
ค. กำมะถัน
ง. ตะกั่ว
10. การระเบิดภูเขาทำให้มีผลเสียในเรื่องใดมากที่สุด
ก. ดิน
ข. น้ำ
ค. อากาศ
ง. ป่าไม้
11. หลักฐานตามข้อใดที่แสดงให้เห็นว่าเปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง
ก. แผ่นดินไหว
ข. ไฟไหม้ป่า
ค. การละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลก
ง. น้ำไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ
13. หินในข้อใดคือหินอัคนี
ก. A, B
ข. B, D
ค. C, E
ง. D, F
14. หินในข้อใดที่มีลักษณะการเกิดเหมือนกัน
ก. A, D
ข. B, C
ค. C, F
ง. D, E
15. หินในข้อใดที่เป็นผลเกิดจากความร้อนและความกัดดันภายใต้ผิวโลก
ก. A, E
ข. B, D
ค. C, F
ง. D, F
16. ถ้าต้องการทำตุ๊กตาหินควรเลือกใช้หินชนิดใด
ก. หินแกรนิต
ข. หินทราย
ค. หินชนวน
ง. หินออบซิเดียน
17. แร่ชนิดหนึ่งมีสีขาว ความวาวคล้ายแก้ว เมื่อเอาเล็บขูดจะเป็นรอย แร่นี้น่าจะเป็นแร่ในข้อใด
ก. ตะกั่ว
ข. ดีบุก
ค. ยิปซัม
ง. ควอร์ตซ์
18. หลอดบรรจุยาสีฟันที่เราใช้ในปัจจุบันทำมาจากแร่ใด
ก. ดีบุก
ข. ตะกั่ว
ค. สังกะสี
ง. อะลูมิเนียม
19. เรานิยมใช้โลหะตะกั่วทำอะไร
ก. การก่อสร้าง
ข. ชุบโลหะกันสนิม
ค. ขั้วของแบตเตอรี่
ง. ส่วนผสมของสีทาบ้าน
คำชี้แจง ข้อมูลต่อไปนี้ใช้ประกอบการตอบคำถามข้อ 10 – 12
เหล็กแท่งหนึ่งมีปริมาณ 10 cm3 มีมวล 78 กรัม และทองแดงมีปริมาตรเท่ากัน มีมวล 89 กรัม เมื่อกำหนดให้
ความหนาแน่นของสาร = มวลของสาร
ปริมาตร
และความหนาแน่นสัมพันธ์ = ความหนาแน่นของสาร
ความหนาแน่นของน้ำ
จงตอบคำถามต่อไปนี้
20. เหล็กแท่งนี้มีความหนาแน่นเท่าใด
ก. 0.78 g/cm3
ข. 7.08 g/cm3
ค. 7.8 g/cm3
ง. 78 g/cm3
20. เมื่อเปรียบเทียบความหนาแน่นของทองแดงกับเหล็กข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. เหล็กมีความหนาแน่นเท่ากับทองแดง
ข. เหล็กมีความหนาแน่นมากกว่าทองแดง 2 เท่า
ค. ทองแดงมีความหนาแน่นมากกว่าเหล็ก 2 เท่า
ง. ทองแดงมีความหนาแน่นมากกว่าเหล็กประมาณ 1.1 เท่า
21. ความหนาแน่นสัมพันธ์ของทองแดงเท่ากับเท่าไร
ก. 7.8 g/cm3
ข. 8.9 g/cm3
ค. 7.8
ง. 8.9
22. การกระทำในข้อใดถือว่าเป็นการอนุรักษ์แร่
ก. ขุดแร่ส่งขายต่างประเทศเพื่อจะได้เงินตราเข้าประเทศมาก
ข. การนำเศษเหล็กที่ใช้แล้วมาหลอมทำเป็นเหล็กเส้น
ค. รถเก่าเมื่อเลิกใช้แล้วถอดเก็บชิ้นส่วนเอาไว้
ง. มีเงินซื้อทองเก็บไว้ที่บ้านมาก ๆ
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการทรัพยากรธรณีปฏิบัติการ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
นักวิชาการทรัพยากรธรณีปฏิบัติการ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเหมืองแร่ 2510
- แนวข้อสอบธรณีวิทยา
- ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา
- การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ธาติ
- แนวข้อสอบวิทยาศาสตร์ (เกี่ยวกับธรณีวิทยา)- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติแร่- การทำเหมืองแร่ _Mining- การบริหารจัดการทรัพยากรธรณี และทรัพยากรเหมืองแร่
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
แนวข้อสอบ งานราชการและรัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน สอบ กพ. สอบตำรวจ สอบครู สอบธนาคาร สอบตรงทุกมหาวิทยาลัย
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555
คำถามที่พบบ่อย ในการสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ 2555
คำถามที่พบบ่อย ในการสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ 2555
คำถามที่พบบ่อย
ข้อ 1 ต้องการสมัคร สายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) หากหย่าแล้ว จะสามารถสมัครได้
หรือไม่
ตอบ สามารถสมัครได้ (โดยให้นำ หลักฐานมาแสดงในวันรายงานตัวเมื่อสอบข้อเขียนได้แล้ว) กรณีที่ถือว่า
ไม่โสด มีเพียงกรณีเดียว คือ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการ
คนโสด ในสายงานป้องกันปราบปราม เพราะจะมีความคล่องตัวกว่าและไม่เป็นอุปสรรคต่อการ
ฝึกอบรมนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่มีระยะเวลา 1 ปี
หากมีบุตรแต่หย่าแล้ว หรือมีบุตรโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือว่าโสดเช่นเดียวกัน แต่มีข้อแนะนาจากแพทย์ว่า หากกำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรจะสมัครสอบไม่ว่าสายงานใด เพราะเมื่อสอบข้อเขียนได้แล้ว ในการตรวจร่างกาย จะต้องมีการ x-ray ซึ่งอาจมีผลต่อเด็กในครรภ์
ข้อ 2 ต้องการสมัครสายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) หรือสมัครกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ต้องเกิดระหว่างวันที่ เดือน พ.ศ. อะไร ถึงจะสมัครได้
ตอบ สายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) ต้องมีอายุ 18 -27 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555) คือต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 4 พ.ค. 2528 – 4 พ.ค. 2537 ส่วนกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ต้องมีอายุ 18 –35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555) คือต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง
วันที่ 4 พ.ค. 2520 – 4 พ.ค. 2537 ถึงจะสมัครได้ (เกินหรือขาด 1 วันก็ไม่สามารถสมัครได้)
ข้อ 3 จะสมัครตำรวจ 10,000 อัตราได้ที่ไหนบ้าง
ตอบ สมัครได้ทางออนไลน์อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.policeadmission.com แห่งเดียวเท่านั้น ไม่ได้เปิดรับ
สมัคร ณ สถานที่แห่งใด รวมทั้งไม่ได้รับสมัครทางไปรษณีย์
การสมัครทางออนไลน์อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.policeadmission.com มีความสะดวก รวดเร็ว
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เปิดให้สมัครตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันสุดท้ายของการรับสมัคร
(3 พ.ค. 2555) ที่เปิดถึง 16.30 น.
ข้อ 4 รับสมัครบุคคลภายนอกใช้วุฒิการศึกษาอะไรในการสมัคร
ตอบ รับวุฒิ ม.6, ปวช.(ทุกสาขา) หรือเทียบเท่า เท่านั้น ส่วนวุฒิการศึกษา ม.6/ปวช. หรือเทียบเท่า ของ
การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ก็สามารถสมัครได้ เมื่อผู้สมัครสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว ในวันรายงานตัว
ให้นำเอกสาร/หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมปลาย (ม.6)
หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติประกาศนียบัตรจากสถานศึกษานั้นๆ ไม่เกินวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555)2
ส่วนผู้ที่มีวุฒิสูงกว่ำ ม.6, ปวช. หรือเทียบเท่า เช่น ปวส. ปริญญาตรี ฯลฯ สามารถสมัครได้ แต่เมื่อสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว ในวันรายงานตัว ต้องนำ เอกสาร/หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับ
ประกาศนียบัตรประโยคมัธยมปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่ามาแสดง
หากปัจจุบัน หาเอกสาร/หลักฐานฯ ไม่พบหรือทา สูญหาย ให้รีบติดต่อสถานศึกษานั้นๆ แต่เนิ่นๆ เพื่อ
สามารถนา มาแสดงได้ทันเวลาในวันรายงานตัว
ข้อ 5 มีกำรกำหนดส่วนสูงหรือไม่
ตอบ สายงานป้องกันปราบปราม เพศชาย สูง 160 ซ.ม.ขึ้นไป รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซ.ม. ส่วน เพศหญิง
สูง 160 ซม.ขึ้นไป
สายอำนวยการและสนับสนุน เพศชาย สูง 160 ซ.ม.ขึ้นไป รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซ.ม. ส่วน เพศหญิง
สูง 150 ซม.ขึ้นไป
ข้อ 6 อยู่ระหว่างผ่อนผันทหารสมัครได้หรือไม่
ตอบ สมัครไม่ได้ กรณีรับหมายเรียกปี พ.ศ. 2555 และจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปี พ.ศ. 2556 สมัครได้
ส่วนผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกในปี พ.ศ. 2555 (เดือน เม.ย. 2555) และต้องเข้ารับราชการทหาร สมัคร
ไม่ได้
ข้อ 7 ผู้ที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 พ.ค. 2555 (ทหารเกณฑ์) สมัครได้หรือไม่
ตอบ สมัครได้ แต่ถ้าปลดประจา การในช่วงเดือน พ.ย. 2555 ไม่สามารถสมัครได้
ข้อ 8 ผู้หญิงสามารถสมัครหน่วยไหนได้บ้าง
ตอบ ผู้หญิงสามารถสมัครได้ทั้งสายงานป้ องกันปราบปรามและกลุ่มงานอา นวยการและสนับสนุน โดย
๏ สายงานป้องกันปราบปราม มี 3 หน่วยงานที่รับเพศหญิง ได้แก่ (1) กองบัญชาการตำรวจนครบาล
(กรุงเทพฯ) รับ 150 อัตรา (2) ตำรวจภูธรภาค 4 (ขอนแก่น) รับ 150 อัตรา และ (3) กองบัญชาการตำรวจ
ตระเวนชายแดน รับ 150 อัตรา
๏ กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน รับ 500 อัตรา มี (1) หน่วยงานส่วนกลางสา นักงานตำรวจแห่งชาติ
จำนวน 20 หน่วยงาน รับ 400 อัตรา ประกอบด้วย สา นักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานส่งกำลังบำรุง
สา นักงานกา ลังพล สา นักงานงบประมาณและการเงิน สา นักงานกฎหมายและคดี สา นักงาน-
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ สา นักงานจเรตำรวจ สา นักงานตรวจสอบภายใน สานักงานเลขานุการ
ตำรวจแห่งชาติ กองการต่างประเทศ กองสารนิเทศ สา นักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
กองบินตำรวจ กองวินัย สา นักงานนายตำรวจราชสา นักประจา สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
3 สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองบัญชาการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
โรงพยาบาลตำรวจ และ(2) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับ 100 อัตรา
ข้อ 9 สายอำนวยการและสนับสนุน มีการทดสอบ วิ่งว่ายน้ำ หรือไม่
ตอบ สายอา นวยการและสนับสนุน ในส่วนหน่วยงานส่วนกลางสา นักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 20 หน่วยงาน รับ 400 อัตรา ไม่ต้องทดสอบ วิ่ง ว่ายน้า มีเพียงสัมภาษณ์เท่านั้น ส่วนผู้สมัครสา นักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรับ 100 อัตรา เมื่อสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว จะต้องทดสอบภาษาอังกฤษ อีกครั้งและต้องผ่านเกณฑ์คะแนน 60% รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ ด้วยเช่นกัน
ข้อ 10 ถ้าเป็นบุตรของข้าราชการตำรวจมีคะแนนเพิ่มให้หรือไม่
ตอบ จะมีคะแนนเพิ่มให้เฉพาะกรณีต้องเป็นบุตรโดยกำเนิดของบุคคลซึ่งถึงแก่กรรมหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือบาดเจ็บทุพพลภาพ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการปราบปรามโจรผู้ร้าย
หรือก่อความไม่สงบ หรืออริราชศัตรู
ข้อ 11 สายป้องกันปราบปราม และสายอำนวยการและสนับสนุน สอบวิชาอะไรบ้าง
ตอบ ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 120 ข้อ 120 คะแนน
วิชาที่ใช้สอบสายป้องกันปราบปราม 5 วิชา
วิชาที่ใช้สอบสายอำนวยการและสนับสนุน 6 วิชา
1. ความสามารถทั่วไป 25 ข้อ
1. ความสามารถทั่วไป 20 ข้อ
2. ภาษาไทย 25 ข้อ
2. ภาษาไทย 20 ข้อ
3. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 25 ข้อ
3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 20 ข้อ
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น 25 ข้อ
4. ระเบียบสา นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 20 ข้อ
5. จริยธรรมและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ 20 ข้อ
5. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 20 ข้อ
6. สังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม 20 ข้อ
การสอบสายป้องกันปราบปราม จะจัดลำดับจากคะแนนผู้สมัครที่สอบได้สูงสุดไล่เรียงลงไป ส่วนการสอบสายอำนวยการและสนับสนุน จะจัดเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดไล่เรียงลงไปของผู้ที่สอบผ่าน
เกณฑ์ 60% ของทั้ง 2 ภาค คือ ภาคความรู้ความสำมารถทั่วไป (1. ความสามารถทั่วไป + 2. ภาษาไทย)
และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพำะตำแหน่ง (3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ + 4. ระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม + 5. ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) + 6. สังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม)
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
คำถามที่พบบ่อย
ข้อ 1 ต้องการสมัคร สายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) หากหย่าแล้ว จะสามารถสมัครได้
หรือไม่
ตอบ สามารถสมัครได้ (โดยให้นำ หลักฐานมาแสดงในวันรายงานตัวเมื่อสอบข้อเขียนได้แล้ว) กรณีที่ถือว่า
ไม่โสด มีเพียงกรณีเดียว คือ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการ
คนโสด ในสายงานป้องกันปราบปราม เพราะจะมีความคล่องตัวกว่าและไม่เป็นอุปสรรคต่อการ
ฝึกอบรมนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่มีระยะเวลา 1 ปี
หากมีบุตรแต่หย่าแล้ว หรือมีบุตรโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือว่าโสดเช่นเดียวกัน แต่มีข้อแนะนาจากแพทย์ว่า หากกำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรจะสมัครสอบไม่ว่าสายงานใด เพราะเมื่อสอบข้อเขียนได้แล้ว ในการตรวจร่างกาย จะต้องมีการ x-ray ซึ่งอาจมีผลต่อเด็กในครรภ์
ข้อ 2 ต้องการสมัครสายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) หรือสมัครกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ต้องเกิดระหว่างวันที่ เดือน พ.ศ. อะไร ถึงจะสมัครได้
ตอบ สายงานป้องกันปราบปราม (นักเรียนนายสิบตำรวจ) ต้องมีอายุ 18 -27 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555) คือต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 4 พ.ค. 2528 – 4 พ.ค. 2537 ส่วนกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ต้องมีอายุ 18 –35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555) คือต้องเป็นผู้ที่เกิดระหว่าง
วันที่ 4 พ.ค. 2520 – 4 พ.ค. 2537 ถึงจะสมัครได้ (เกินหรือขาด 1 วันก็ไม่สามารถสมัครได้)
ข้อ 3 จะสมัครตำรวจ 10,000 อัตราได้ที่ไหนบ้าง
ตอบ สมัครได้ทางออนไลน์อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.policeadmission.com แห่งเดียวเท่านั้น ไม่ได้เปิดรับ
สมัคร ณ สถานที่แห่งใด รวมทั้งไม่ได้รับสมัครทางไปรษณีย์
การสมัครทางออนไลน์อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.policeadmission.com มีความสะดวก รวดเร็ว
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เปิดให้สมัครตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันสุดท้ายของการรับสมัคร
(3 พ.ค. 2555) ที่เปิดถึง 16.30 น.
ข้อ 4 รับสมัครบุคคลภายนอกใช้วุฒิการศึกษาอะไรในการสมัคร
ตอบ รับวุฒิ ม.6, ปวช.(ทุกสาขา) หรือเทียบเท่า เท่านั้น ส่วนวุฒิการศึกษา ม.6/ปวช. หรือเทียบเท่า ของ
การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ก็สามารถสมัครได้ เมื่อผู้สมัครสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว ในวันรายงานตัว
ให้นำเอกสาร/หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมปลาย (ม.6)
หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติประกาศนียบัตรจากสถานศึกษานั้นๆ ไม่เกินวันปิดรับสมัคร (3 พ.ค. 2555)2
ส่วนผู้ที่มีวุฒิสูงกว่ำ ม.6, ปวช. หรือเทียบเท่า เช่น ปวส. ปริญญาตรี ฯลฯ สามารถสมัครได้ แต่เมื่อสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว ในวันรายงานตัว ต้องนำ เอกสาร/หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับ
ประกาศนียบัตรประโยคมัธยมปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่ามาแสดง
หากปัจจุบัน หาเอกสาร/หลักฐานฯ ไม่พบหรือทา สูญหาย ให้รีบติดต่อสถานศึกษานั้นๆ แต่เนิ่นๆ เพื่อ
สามารถนา มาแสดงได้ทันเวลาในวันรายงานตัว
ข้อ 5 มีกำรกำหนดส่วนสูงหรือไม่
ตอบ สายงานป้องกันปราบปราม เพศชาย สูง 160 ซ.ม.ขึ้นไป รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซ.ม. ส่วน เพศหญิง
สูง 160 ซม.ขึ้นไป
สายอำนวยการและสนับสนุน เพศชาย สูง 160 ซ.ม.ขึ้นไป รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซ.ม. ส่วน เพศหญิง
สูง 150 ซม.ขึ้นไป
ข้อ 6 อยู่ระหว่างผ่อนผันทหารสมัครได้หรือไม่
ตอบ สมัครไม่ได้ กรณีรับหมายเรียกปี พ.ศ. 2555 และจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปี พ.ศ. 2556 สมัครได้
ส่วนผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกในปี พ.ศ. 2555 (เดือน เม.ย. 2555) และต้องเข้ารับราชการทหาร สมัคร
ไม่ได้
ข้อ 7 ผู้ที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 พ.ค. 2555 (ทหารเกณฑ์) สมัครได้หรือไม่
ตอบ สมัครได้ แต่ถ้าปลดประจา การในช่วงเดือน พ.ย. 2555 ไม่สามารถสมัครได้
ข้อ 8 ผู้หญิงสามารถสมัครหน่วยไหนได้บ้าง
ตอบ ผู้หญิงสามารถสมัครได้ทั้งสายงานป้ องกันปราบปรามและกลุ่มงานอา นวยการและสนับสนุน โดย
๏ สายงานป้องกันปราบปราม มี 3 หน่วยงานที่รับเพศหญิง ได้แก่ (1) กองบัญชาการตำรวจนครบาล
(กรุงเทพฯ) รับ 150 อัตรา (2) ตำรวจภูธรภาค 4 (ขอนแก่น) รับ 150 อัตรา และ (3) กองบัญชาการตำรวจ
ตระเวนชายแดน รับ 150 อัตรา
๏ กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน รับ 500 อัตรา มี (1) หน่วยงานส่วนกลางสา นักงานตำรวจแห่งชาติ
จำนวน 20 หน่วยงาน รับ 400 อัตรา ประกอบด้วย สา นักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานส่งกำลังบำรุง
สา นักงานกา ลังพล สา นักงานงบประมาณและการเงิน สา นักงานกฎหมายและคดี สา นักงาน-
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ สา นักงานจเรตำรวจ สา นักงานตรวจสอบภายใน สานักงานเลขานุการ
ตำรวจแห่งชาติ กองการต่างประเทศ กองสารนิเทศ สา นักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
กองบินตำรวจ กองวินัย สา นักงานนายตำรวจราชสา นักประจา สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
3 สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองบัญชาการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
โรงพยาบาลตำรวจ และ(2) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับ 100 อัตรา
ข้อ 9 สายอำนวยการและสนับสนุน มีการทดสอบ วิ่งว่ายน้ำ หรือไม่
ตอบ สายอา นวยการและสนับสนุน ในส่วนหน่วยงานส่วนกลางสา นักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 20 หน่วยงาน รับ 400 อัตรา ไม่ต้องทดสอบ วิ่ง ว่ายน้า มีเพียงสัมภาษณ์เท่านั้น ส่วนผู้สมัครสา นักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรับ 100 อัตรา เมื่อสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว จะต้องทดสอบภาษาอังกฤษ อีกครั้งและต้องผ่านเกณฑ์คะแนน 60% รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ ด้วยเช่นกัน
ข้อ 10 ถ้าเป็นบุตรของข้าราชการตำรวจมีคะแนนเพิ่มให้หรือไม่
ตอบ จะมีคะแนนเพิ่มให้เฉพาะกรณีต้องเป็นบุตรโดยกำเนิดของบุคคลซึ่งถึงแก่กรรมหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือบาดเจ็บทุพพลภาพ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการปราบปรามโจรผู้ร้าย
หรือก่อความไม่สงบ หรืออริราชศัตรู
ข้อ 11 สายป้องกันปราบปราม และสายอำนวยการและสนับสนุน สอบวิชาอะไรบ้าง
ตอบ ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 120 ข้อ 120 คะแนน
วิชาที่ใช้สอบสายป้องกันปราบปราม 5 วิชา
วิชาที่ใช้สอบสายอำนวยการและสนับสนุน 6 วิชา
1. ความสามารถทั่วไป 25 ข้อ
1. ความสามารถทั่วไป 20 ข้อ
2. ภาษาไทย 25 ข้อ
2. ภาษาไทย 20 ข้อ
3. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 25 ข้อ
3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 20 ข้อ
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น 25 ข้อ
4. ระเบียบสา นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 20 ข้อ
5. จริยธรรมและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ 20 ข้อ
5. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 20 ข้อ
6. สังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม 20 ข้อ
การสอบสายป้องกันปราบปราม จะจัดลำดับจากคะแนนผู้สมัครที่สอบได้สูงสุดไล่เรียงลงไป ส่วนการสอบสายอำนวยการและสนับสนุน จะจัดเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดไล่เรียงลงไปของผู้ที่สอบผ่าน
เกณฑ์ 60% ของทั้ง 2 ภาค คือ ภาคความรู้ความสำมารถทั่วไป (1. ความสามารถทั่วไป + 2. ภาษาไทย)
และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพำะตำแหน่ง (3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ + 4. ระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม + 5. ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) + 6. สังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม)
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555
สอบครูผู้ช่วย 2555 รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย 55
สอบครูผู้ช่วย 2555 รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย 55
คณะ กรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการสอบแข่งขันและปฏิทินคัดครูผู้ช่วย รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย. สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. ประกาศผล ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2555
เปิดปฏิทินการสอบบรรจุ "ครูผู้ช่วย"
ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้า รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555...
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555 โดยกำหนดรายละเอียด อาทิ ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบได้ตามความเหมาะ สม ให้ส่วนราชการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ รวมทั้งกำหนดนโยบาย หรือแนวทางในการบริหารจัดการการสอบแข่งขัน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบปฏิทินการสอบแข่งขันตำแหน่งครูผู้ช่วยดังนี้
ประกาศรับสมัคร วันที่ 1-7 มิ.ย.รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย.สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. และประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 30 มิ.ย.
สำหรับสอบแข่งขันจะมี 2 วัน โดยวันแรกสอบ ภาค ก. ความรอบรู้และความสามารถทั่วไป ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู 200 คะแนน และวันที่ 2 สอบภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก 200 คะแนน
ซึ่งการสอบภาค ก. และ ข. จะเป็นการสอบข้อเขียนเพื่อสอดรับกับนโยบายของ ก.ค.ศ.ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลพินิจของกรรมการ ส่วนการกำหนดใช้บัญชีของผู้ที่สอบแข่งขันได้นั้น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการสามารถเรียกใช้บัญชีดังกล่าวได้.
ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 10 เมษายน 2555
แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติให้ความหมายการศึกษาหมายถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. กระบวนการเรียนรู้ ข. การฝึกอบรม
ค. การสืบสานวัฒนธรรม ง. การศึกษาดูงาน
เฉลย ง.
2. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. ปลูกฝังจิตสำนึกการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ข. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเคารพกฎหมาย
ค. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
ง. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น
เฉลย ง.
3. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา
ก. กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด
ข. กำหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ
ค. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ง. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
เฉลย ก.
4. คำว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายในการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
ก. ส่วนกลางกำหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกำหนดแนวทางปฏิบัติ
ข. กระทรวงกำหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
ค. มีนโยบายเดียวกัน การปฏิบัติหลากหลายวิธี
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง.
5. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่กล่าวถึงสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. บุคคล ข. เอกชน
ค. องค์กรปกครองท้องถิ่น ง. ครู อาจารย์
เฉลย ง.
6. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
ก. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
ข. การยกเว้นเงินภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ค. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
ง. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล
เฉลย ข.
7. จุดที่ต่างกันของการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่สำคัญคือข้อใด
ก. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา ข. สถานที่จัดการศึกษา
ค. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา ง. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร
เฉลย ง.
8. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย
ข. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส
ค. จัดการเรียนรู้ได้ในทุกที่ ทุกเวลา
ง. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ได้
เฉลย ก.
9. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาสำหรับปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. โรงเรียน ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์พัฒนาชุมชน ง. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา
เฉลย ค.
10. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
ก. ด้านวิชาการ ข. งบประมาณ
ค. หลักสูตรการสอน ง. การบริหารทั่วไป
เฉลย ค.
11. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ผู้แทนครู ข. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ค. ผู้แทนศิษย์เก่า ง. ผู้แทนคุณวุฒิ
เฉลย ข.
12. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542ไม่ได้ กำหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ข. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
ค. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
เฉลย ข.
13. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
ก. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
ข. มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
ค. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
ง. ถูกทั้ง ก ข และ ค
เฉลย ง.
14. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ 2542
ก. การศึกษาในระบบการเรียนรู้ ข. การศึกษาตามอัธยาศัย
ค. การศึกษานอกระบบ ง. การศึกษาในระบบ
เฉลย ก.
15. แนวการจัดการศึกษาตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดหลักตามข้อใด
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด ง. กระบวนการเรียนการสอนสำคัญที่สุด
เฉลย ข.
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2555 ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบความรอบรู้และความสามารถทั่วไป 100 ข้ออธิบายละเอียด
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย 300 ข้อ ข้ออธิบายละเอียด
- แนวข้อสอบความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู
- แนวข้อสอบความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก (เลือกเอกที่จะสอบ)
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
คณะ กรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการสอบแข่งขันและปฏิทินคัดครูผู้ช่วย รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย. สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. ประกาศผล ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2555
เปิดปฏิทินการสอบบรรจุ "ครูผู้ช่วย"
ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้า รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555...
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555 โดยกำหนดรายละเอียด อาทิ ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบได้ตามความเหมาะ สม ให้ส่วนราชการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ รวมทั้งกำหนดนโยบาย หรือแนวทางในการบริหารจัดการการสอบแข่งขัน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบปฏิทินการสอบแข่งขันตำแหน่งครูผู้ช่วยดังนี้
ประกาศรับสมัคร วันที่ 1-7 มิ.ย.รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย.สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. และประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 30 มิ.ย.
สำหรับสอบแข่งขันจะมี 2 วัน โดยวันแรกสอบ ภาค ก. ความรอบรู้และความสามารถทั่วไป ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู 200 คะแนน และวันที่ 2 สอบภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก 200 คะแนน
ซึ่งการสอบภาค ก. และ ข. จะเป็นการสอบข้อเขียนเพื่อสอดรับกับนโยบายของ ก.ค.ศ.ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลพินิจของกรรมการ ส่วนการกำหนดใช้บัญชีของผู้ที่สอบแข่งขันได้นั้น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการสามารถเรียกใช้บัญชีดังกล่าวได้.
ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 10 เมษายน 2555
แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติให้ความหมายการศึกษาหมายถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. กระบวนการเรียนรู้ ข. การฝึกอบรม
ค. การสืบสานวัฒนธรรม ง. การศึกษาดูงาน
เฉลย ง.
2. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. ปลูกฝังจิตสำนึกการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ข. รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเคารพกฎหมาย
ค. รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
ง. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น
เฉลย ง.
3. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา
ก. กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด
ข. กำหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ
ค. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ง. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
เฉลย ก.
4. คำว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายในการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
ก. ส่วนกลางกำหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกำหนดแนวทางปฏิบัติ
ข. กระทรวงกำหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
ค. มีนโยบายเดียวกัน การปฏิบัติหลากหลายวิธี
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง.
5. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่กล่าวถึงสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. บุคคล ข. เอกชน
ค. องค์กรปกครองท้องถิ่น ง. ครู อาจารย์
เฉลย ง.
6. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
ก. การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
ข. การยกเว้นเงินภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ค. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
ง. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล
เฉลย ข.
7. จุดที่ต่างกันของการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่สำคัญคือข้อใด
ก. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา ข. สถานที่จัดการศึกษา
ค. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา ง. จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร
เฉลย ง.
8. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย
ข. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส
ค. จัดการเรียนรู้ได้ในทุกที่ ทุกเวลา
ง. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ได้
เฉลย ก.
9. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาสำหรับปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. โรงเรียน ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์พัฒนาชุมชน ง. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา
เฉลย ค.
10. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
ก. ด้านวิชาการ ข. งบประมาณ
ค. หลักสูตรการสอน ง. การบริหารทั่วไป
เฉลย ค.
11. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ผู้แทนครู ข. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ค. ผู้แทนศิษย์เก่า ง. ผู้แทนคุณวุฒิ
เฉลย ข.
12. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542ไม่ได้ กำหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ข. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
ค. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
เฉลย ข.
13. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
ก. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
ข. มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
ค. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
ง. ถูกทั้ง ก ข และ ค
เฉลย ง.
14. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ 2542
ก. การศึกษาในระบบการเรียนรู้ ข. การศึกษาตามอัธยาศัย
ค. การศึกษานอกระบบ ง. การศึกษาในระบบ
เฉลย ก.
15. แนวการจัดการศึกษาตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดหลักตามข้อใด
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด ง. กระบวนการเรียนการสอนสำคัญที่สุด
เฉลย ข.
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2555 ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบความรอบรู้และความสามารถทั่วไป 100 ข้ออธิบายละเอียด
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย 300 ข้อ ข้ออธิบายละเอียด
- แนวข้อสอบความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู
- แนวข้อสอบความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก (เลือกเอกที่จะสอบ)
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555
คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบ กรมบัญชีกลาง ปี 2555
คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบ กรมบัญชีกลาง ปี 2555
1. การคลัง หมายถึง
ก. การดำเนินงานเกี่ยวกับการเงินของรัฐบาล ข. การดำเนินงานเกี่ยวกับการบัญชีของรัฐบาล
ค. การดำเนินงานเกี่ยวกับการจ่ายเงินของรัฐบาล ง. การดำเนินงานเกี่ยวกับการหารายได้ของรัฐบาล
2. การเบิกจ่ายเงินค่าครุภัณฑ์
ก. ให้เบิกตามรายการที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวด
ข. ให้กระทำได้ก่อนที่จะดำเนินการจัดซื้อ
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังอนุญาต
ง. ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนดราคามาตรฐาน
3. การเบิกเงินเพื่อจ่ายล่วงหน้าตามสัญญาซื้อหนังสือ ต้องมีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
ก. สำเนาสัญญาซื้อหนังสือ ข. สำเนาใบเสร็จรับเงิน
ค. สำเนาการอนุมัติให้เบิกจ่าย ง. ไม่มีข้อใดถูก
4. การเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุ
ก. ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่กำหนดในบัญชีราคามาตรฐาน
ข. ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวด
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด
ง. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาต
5. การเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุ
ก. นอกจากค่าเครื่องแต่งกาย ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการค่าวัสดุในคู่มือจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณที่สำนักงบประมาณตามที่หัวหน้าส่วนราชการอนุญาต
ข. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่ระเบียบที่สำนักงบประมาณตรวจเงินแผ่นดินกำหนด
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่สำนักงบประมาณอนุญาต
ง. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่หัวหน้าพัสดุอนุญาต
6. การจ่ายเงินของแผ่นดินกระทำได้โดย
ก. นายกรัฐมนตรีอนุญาต
ข. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอนุญาต
ค. เฉพาะที่ได้รับอนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอนุญาต
7. การเบิกจ่ายเงินค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
ก. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด
ค. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกำหนด
ง. เบิกจ่ายตามรายการ จำนวนเงินและรายละเอียดที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวดที่สำนักงบประมาณกำหนด
8. การเบิกจ่ายเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อแบตเตอรี่ ในวงเงิน 10,000 บาท ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
ก. สำเนาใบสั่งซื้อ
ข. สำเนาใบส่งของและใบตรวจรับของ
ค. ไม่ต้องมีเอกสารประกอบฎีกา เพียงแต่ให้แสดงรายการและจำนวนเงินในฎีกา
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
9. การเบิกเงินค่าวัสดุ
ก. ปกติให้วางฎีกา ภายในวันที่ 15 ของเดือนนั้น
ข. ปกติให้วางฎีกาภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ตรวจรับพัสดุ
ค. ปกติให้วางฎีกาอย่างช้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่
ง. ปกติให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่สำนักงบประมาณกำหนด
10. รายการใดต่อไปนี้ ข้อใดเป็นรายจ่ายประเภทค่าวัสดุ
ก. หม้อน้ำยาดับเพลิงราคา 1,900 บาท ข. ค่าติดตั้งเครื่องโทรศัพท์
ค. ค่าเครื่องโทรศัพท์ ง. ค่าโทรศัพท์
11. เงินทุนหมุนเวียน หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่าย
เป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบ
กระทรวงการคลัง
ค. ทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการ ซึ่งอนุญาตให้นำรายรับสบทบทุนไว้ใชจ่ายได้
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่าย และอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
11.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ทำเป็น
ก. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ข. พระราชบัญญัติ
ค. พระราชกฤษฎีกา ง. มติคณะรัฐมนตรี
12. เมื่อส่วนราชการมิได้ส่งงบเดือน และใบสำคัญคู่จ่าย และเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งนี้ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนราชการใดที่จะเป็นผู้สั่งระงับการอนุมัติฎีกาของส่วนราชการนั้นไว้ก่อนจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ก. กระทรวงการคลัง ข. กรมบัญชีกลาง
ค. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ง. สำนักงบประมาณ
13. การจ่ายเงินต่อไปนี้ ข้อใดที่ผู้จ่ายเงินจะทำใบรับรองการจ่ายเงินไม่ได้
ก. การจ่ายเงินรายหนึ่งๆ เป็นจำนวนไม่ถึงสิบบาท
ข. การจ่ายเงินเป็นค่ารถหรือเรือนั่งรับจ้าง
ค. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ
ง. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารเครื่องบิน
15. สัญญาการยืมเงิน ผู้ยืมจะต้องจัดจำนวนเท่าใด เพื่อยื่นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติเงินยืม
ก. 2 ฉบับ ข. 3 ฉบับ
ค. 4 ฉบับ ง. 5 ฉบับ
16. การจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณส่วนราชการใดเป็นผู้กำหนด
ก. กระทรวงการคลัง ข. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
ค. สำนักงบประมาณ ง. ส่วนราชการผู้เบิก
17. เงินรายได้แผ่นดินที่เป็นเงินสด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ ให้นำส่งคลังภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้
ก. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ข. อย่างช้าภายในวันทำการถัดไป นับจากวันที่ได้รับเงินสดนั้น
ค. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ง. อย่างช้าภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับ
18. เงินขายบิล หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่าย เป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้ และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ค. เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งเพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่าย และอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย ตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
19. เงินทดรองราชการ หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้ และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ค. เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง เพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับและระเบียบกระทรวงการคลัง
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย ตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
20. การส่งใบสำคัญคู่จ่าย และเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ของผู้ยืมเงินงบประมาณรายจ่ายเพื่อล้างเงินยืม ในกรณีที่เดินทางไปศึกษาอบรม หรือสัมมนาจะต้องส่งภายในกำหนดกี่วัน
ก. 30 วัน นับจากวันที่ได้รับเงิน ข. 15 วัน นับจากวันกลับมาถึง
ค. 30 วัน นับจากวันกลับมาถึง ง. 15 วัน นับจากวันได้รับเงิน
21. รายการใดต่อไปนี้ เป็นรายจ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์
ก. มู่ลี่ไม้ไผ่ ราคา 3,990 บาท ข. หม้อน้ำยาดับเพลิง ราคา 450 บาท
ค. ผ้าม่าน ราคา 4,500 บาท ง. เตาไฟฟ้า ราคา 800 บาท
22. รายการต่อไปนี้ โดยปกติแล้วเบิกจ่ายไม่ได้
ก. ค่าน้ำดื่มที่ใช้กับเครื่องทำความเย็นที่ซื้อจากเงินงบประมาณ
ข. ค่าจัดทำสมุดบันทึกเป็นของชำร่วยสำหรับแจกจ่ายให้ข้าราชการ
ค. ค่าซื้อกระดาษบันทึกข้อความ
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
23. รายการต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายประเภทค่าวัสดุ
ก. ค่าซักผ้าปูที่นอน ข. ผ้าปูที่นอน
ค. ปลอกหมอน ง. ที่นอน
24. รายการต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายค่าครุภัณฑ์
ก. ค่าตู้สาขาโทรศัพท์ ข. ค่าเครื่องโทรศัพท์พ่วงภายใน
ค. ค่าเครื่องโทรศัพท์ภายใน
ง. ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโทรศัพท์ นอกจากตู้สาขาโทรศัพท์ ค่าเครื่องโทรศัพท์ภายใน
25. เงินประจำงวดหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ส่วนราชการได้ดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างตามรายการที่ได้รับอนุมัติเงินประจำงวดแล้ว ถ้าเบิกจ่ายไม่หมด
ก. ให้นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ข. ให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี
ค. ให้ขอขยายเวลาการเบิกจ่ายเงินไว้
ง. ส่วนราชการจะขอเปลี่ยนแปลงรายการเงินประจำงวด โดยขอตกลงกับสำนักงบประมาณได้
26. รายการต่อไปนี้ ข้อใดเป็นรายจ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์
ก. วี.ดี.โอ.เทป สำเร็จรูป ข. กล้องถ่ายรูปราคา 1,900 บาท
ค. ฟิล์มภาพยนตร์ ง. ฟิล์มถ่ายรูป
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ นักวิชาการคลัง กรมบัญชีกลาง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- ข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินการคลัง
- แนวข้อสอบความรู้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- เศรษฐศาสตร์ เหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง
- ข้อสอบเกี่ยวกับเศรษฐกิจสังคมและการบริการ
- ข้อสอบความสามารถด้านการใช้ภาษา
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกรมบัญชีกลาง ทุกตำแหน่ง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วยแนวข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง (เลือกที่สอบ)
๑) นักวิชาการคลัง (ปริญญาโท) บริหารทั่วไป ๔
๒) นักวิชาการคลัง (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๓
๓) นักบัญชี (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๖
๔) นิติกร (ปริญญาโท) บริหารทั่วไป ๒
๕) นิติกร (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๒
๖) บุคลากร (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๑
๗) นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (ปริญญาตรี) วิชาชีพเฉพาะ ๑
๘) เจ้าหน้าที่การคลัง (ปวส.) บริการ ๑
๙) เจ้าหน้าที่การคลัง (ปวช.) บริการ ๓
๑๐) เจ้าหน้าที่ธุรการ (ปวช.) บริการ ๑
๑๑) เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี (ปวช.) บริการ ๑
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
1. การคลัง หมายถึง
ก. การดำเนินงานเกี่ยวกับการเงินของรัฐบาล ข. การดำเนินงานเกี่ยวกับการบัญชีของรัฐบาล
ค. การดำเนินงานเกี่ยวกับการจ่ายเงินของรัฐบาล ง. การดำเนินงานเกี่ยวกับการหารายได้ของรัฐบาล
2. การเบิกจ่ายเงินค่าครุภัณฑ์
ก. ให้เบิกตามรายการที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวด
ข. ให้กระทำได้ก่อนที่จะดำเนินการจัดซื้อ
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังอนุญาต
ง. ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนดราคามาตรฐาน
3. การเบิกเงินเพื่อจ่ายล่วงหน้าตามสัญญาซื้อหนังสือ ต้องมีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
ก. สำเนาสัญญาซื้อหนังสือ ข. สำเนาใบเสร็จรับเงิน
ค. สำเนาการอนุมัติให้เบิกจ่าย ง. ไม่มีข้อใดถูก
4. การเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุ
ก. ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่กำหนดในบัญชีราคามาตรฐาน
ข. ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวด
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด
ง. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาต
5. การเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุ
ก. นอกจากค่าเครื่องแต่งกาย ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการค่าวัสดุในคู่มือจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณที่สำนักงบประมาณตามที่หัวหน้าส่วนราชการอนุญาต
ข. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่ระเบียบที่สำนักงบประมาณตรวจเงินแผ่นดินกำหนด
ค. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่สำนักงบประมาณอนุญาต
ง. ให้เบิกจ่ายได้ตามที่หัวหน้าพัสดุอนุญาต
6. การจ่ายเงินของแผ่นดินกระทำได้โดย
ก. นายกรัฐมนตรีอนุญาต
ข. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอนุญาต
ค. เฉพาะที่ได้รับอนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอนุญาต
7. การเบิกจ่ายเงินค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
ก. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด
ค. เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกำหนด
ง. เบิกจ่ายตามรายการ จำนวนเงินและรายละเอียดที่กำหนดในเอกสารประกอบการอนุมัติเงินประจำงวดที่สำนักงบประมาณกำหนด
8. การเบิกจ่ายเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อแบตเตอรี่ ในวงเงิน 10,000 บาท ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
ก. สำเนาใบสั่งซื้อ
ข. สำเนาใบส่งของและใบตรวจรับของ
ค. ไม่ต้องมีเอกสารประกอบฎีกา เพียงแต่ให้แสดงรายการและจำนวนเงินในฎีกา
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
9. การเบิกเงินค่าวัสดุ
ก. ปกติให้วางฎีกา ภายในวันที่ 15 ของเดือนนั้น
ข. ปกติให้วางฎีกาภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ตรวจรับพัสดุ
ค. ปกติให้วางฎีกาอย่างช้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่
ง. ปกติให้เบิกจ่ายได้ตามรายการที่สำนักงบประมาณกำหนด
10. รายการใดต่อไปนี้ ข้อใดเป็นรายจ่ายประเภทค่าวัสดุ
ก. หม้อน้ำยาดับเพลิงราคา 1,900 บาท ข. ค่าติดตั้งเครื่องโทรศัพท์
ค. ค่าเครื่องโทรศัพท์ ง. ค่าโทรศัพท์
11. เงินทุนหมุนเวียน หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่าย
เป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบ
กระทรวงการคลัง
ค. ทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการ ซึ่งอนุญาตให้นำรายรับสบทบทุนไว้ใชจ่ายได้
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่าย และอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
11.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ทำเป็น
ก. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ข. พระราชบัญญัติ
ค. พระราชกฤษฎีกา ง. มติคณะรัฐมนตรี
12. เมื่อส่วนราชการมิได้ส่งงบเดือน และใบสำคัญคู่จ่าย และเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งนี้ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนราชการใดที่จะเป็นผู้สั่งระงับการอนุมัติฎีกาของส่วนราชการนั้นไว้ก่อนจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ก. กระทรวงการคลัง ข. กรมบัญชีกลาง
ค. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ง. สำนักงบประมาณ
13. การจ่ายเงินต่อไปนี้ ข้อใดที่ผู้จ่ายเงินจะทำใบรับรองการจ่ายเงินไม่ได้
ก. การจ่ายเงินรายหนึ่งๆ เป็นจำนวนไม่ถึงสิบบาท
ข. การจ่ายเงินเป็นค่ารถหรือเรือนั่งรับจ้าง
ค. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ
ง. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารเครื่องบิน
15. สัญญาการยืมเงิน ผู้ยืมจะต้องจัดจำนวนเท่าใด เพื่อยื่นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติเงินยืม
ก. 2 ฉบับ ข. 3 ฉบับ
ค. 4 ฉบับ ง. 5 ฉบับ
16. การจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณส่วนราชการใดเป็นผู้กำหนด
ก. กระทรวงการคลัง ข. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
ค. สำนักงบประมาณ ง. ส่วนราชการผู้เบิก
17. เงินรายได้แผ่นดินที่เป็นเงินสด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ ให้นำส่งคลังภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้
ก. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ข. อย่างช้าภายในวันทำการถัดไป นับจากวันที่ได้รับเงินสดนั้น
ค. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ง. อย่างช้าภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับ
18. เงินขายบิล หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่าย เป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้ และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ค. เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งเพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่าย และอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย ตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
19. เงินทดรองราชการ หมายความว่า
ก. เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับ และระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้ และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับ และระเบียบกระทรวงการคลัง
ค. เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง เพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับและระเบียบกระทรวงการคลัง
ง. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย ตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
20. การส่งใบสำคัญคู่จ่าย และเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ของผู้ยืมเงินงบประมาณรายจ่ายเพื่อล้างเงินยืม ในกรณีที่เดินทางไปศึกษาอบรม หรือสัมมนาจะต้องส่งภายในกำหนดกี่วัน
ก. 30 วัน นับจากวันที่ได้รับเงิน ข. 15 วัน นับจากวันกลับมาถึง
ค. 30 วัน นับจากวันกลับมาถึง ง. 15 วัน นับจากวันได้รับเงิน
21. รายการใดต่อไปนี้ เป็นรายจ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์
ก. มู่ลี่ไม้ไผ่ ราคา 3,990 บาท ข. หม้อน้ำยาดับเพลิง ราคา 450 บาท
ค. ผ้าม่าน ราคา 4,500 บาท ง. เตาไฟฟ้า ราคา 800 บาท
22. รายการต่อไปนี้ โดยปกติแล้วเบิกจ่ายไม่ได้
ก. ค่าน้ำดื่มที่ใช้กับเครื่องทำความเย็นที่ซื้อจากเงินงบประมาณ
ข. ค่าจัดทำสมุดบันทึกเป็นของชำร่วยสำหรับแจกจ่ายให้ข้าราชการ
ค. ค่าซื้อกระดาษบันทึกข้อความ
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
23. รายการต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายประเภทค่าวัสดุ
ก. ค่าซักผ้าปูที่นอน ข. ผ้าปูที่นอน
ค. ปลอกหมอน ง. ที่นอน
24. รายการต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายค่าครุภัณฑ์
ก. ค่าตู้สาขาโทรศัพท์ ข. ค่าเครื่องโทรศัพท์พ่วงภายใน
ค. ค่าเครื่องโทรศัพท์ภายใน
ง. ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโทรศัพท์ นอกจากตู้สาขาโทรศัพท์ ค่าเครื่องโทรศัพท์ภายใน
25. เงินประจำงวดหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ส่วนราชการได้ดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างตามรายการที่ได้รับอนุมัติเงินประจำงวดแล้ว ถ้าเบิกจ่ายไม่หมด
ก. ให้นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ข. ให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี
ค. ให้ขอขยายเวลาการเบิกจ่ายเงินไว้
ง. ส่วนราชการจะขอเปลี่ยนแปลงรายการเงินประจำงวด โดยขอตกลงกับสำนักงบประมาณได้
26. รายการต่อไปนี้ ข้อใดเป็นรายจ่ายประเภทค่าครุภัณฑ์
ก. วี.ดี.โอ.เทป สำเร็จรูป ข. กล้องถ่ายรูปราคา 1,900 บาท
ค. ฟิล์มภาพยนตร์ ง. ฟิล์มถ่ายรูป
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ นักวิชาการคลัง กรมบัญชีกลาง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- ข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินการคลัง
- แนวข้อสอบความรู้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- เศรษฐศาสตร์ เหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง
- ข้อสอบเกี่ยวกับเศรษฐกิจสังคมและการบริการ
- ข้อสอบความสามารถด้านการใช้ภาษา
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกรมบัญชีกลาง ทุกตำแหน่ง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วยแนวข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง (เลือกที่สอบ)
๑) นักวิชาการคลัง (ปริญญาโท) บริหารทั่วไป ๔
๒) นักวิชาการคลัง (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๓
๓) นักบัญชี (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๖
๔) นิติกร (ปริญญาโท) บริหารทั่วไป ๒
๕) นิติกร (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๒
๖) บุคลากร (ปริญญาตรี) บริหารทั่วไป ๑
๗) นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (ปริญญาตรี) วิชาชีพเฉพาะ ๑
๘) เจ้าหน้าที่การคลัง (ปวส.) บริการ ๑
๙) เจ้าหน้าที่การคลัง (ปวช.) บริการ ๓
๑๐) เจ้าหน้าที่ธุรการ (ปวช.) บริการ ๑
๑๑) เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี (ปวช.) บริการ ๑
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
สอบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การไฟฟ้านครหลวง กฟน.
สอบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การไฟฟ้านครหลวง กฟน.
1. Data Communications หมายถึงข้อใด
ก. การขนส่งข้อมูล
ข. การสื่อสารข้อมูล
ค. การแปลงข้อมูล
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ข. การสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูล (Data Communications) หมายถึง กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านช่องทางสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
2. “เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อุปสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งข้อมูล” คือข้อใด
ก. Noise
ข. Voice
ค. Sink
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. Noise
สัญญาณรบกวน (Noise) เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านผู้ส่งข่าวสาร ผู้รับข่าวสาร และช่องสัญญาณ แต่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะสมมุติให้ทางด้านผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารไม่มีความผิดพลาดตำแหน่งที่ใช้วิเคราะห์ มักจะเป็นที่ตัวกลางหรือช่องสัญญาณ เมื่อไรที่รวมสัญญาณรบกวนด้านผู้ส่งข่าวสารและด้านผู้รับข่าวสารในทางปฏิบัติมักจะใช้วงจรกรอง (Filter) กรองสัญญาณแต่ต้นทางเพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ เช่น การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล เป็นต้น
3. ปัจจัยใดที่ทำให้สัญญาณไมโครเวฟมีสัญญาณอ่อนลงหรือหักเห
ก. ในที่มีอากาศร้อนจัด
ข. ในเขตชุมชนที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
ค. ในสถานที่ที่มีพายุหรือฝน
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
ตอบ ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
เพื่อป้องกันการแทรกหรือรบกวนจากสัญญาณอื่นๆ แต่สัญญาณอาจจะอ่อนลงหรือหักเหได้ในที่มีอากาศร้อนจัด พายุหรือฝน ดังนั้นการติดตั้งจานส่ง-รับสัญญาณจึงต้องให้หันหน้าของจานตรงกัน และหอยิ่งสูงยิ่งส่งสัญญาณได้ไกล
4. ข่ายการสื่อสารข้อมูลเป็นการรับส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางใด
ก. คลื่นไฟฟ้า
ข. แสง
ค. น้ำ
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.
ตอบ ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.
ข่ายการสื่อสารข้อมูล หมายถึง การรับส่งข้อมูลหรือสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางคลื่นไฟฟ้าหรือแสง อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลโดยทั่วไปเรียกว่า ข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)
5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล
ก. Transmisstion Channel
ข. Translate Channel
ค. Receiving Unit
ง. Sending Unit
ตอบ ข. Translate Channel
องค์ประกอบการพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)
1. หน่วยรับข้อมูล (Receiving Unit)
2. หน่วยส่งข้อมูล (Sending Unit)
3. ช่องทางการส่งข้อมูล (Transmisstion Channel)
6. การสื่อสารข้อมูล (Data Transmission) มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
ก. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม และการสื่อสารแบบขนาน
ข. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบไปกลับ และการสื่อสารแบบแจ้งรับ
ค. 3 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม การสื่อสารแบบขนาน และการสื่อสารแบบทางเดียว
ง. 3 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบไปกลับ การสื่อสารแบบทางเดียว และการสื่อสารแบบขนาน
ตอบ ก. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม และการสื่อสารแบบขนาน
วิธีการสื่อสารข้อมูล (Data Transmisstion)
ลักษณะของการสื่อสารข้อมูลมี 2 รูปแบบคือ การสื่อสารแบบอนุกรม (Serial Data Transmission) และการสื่อสารแบบขนาน (Parallel Data Transmission)
7. สถานีไมโครเวฟลอยฟ้า เป็นคำเปรียบเสมือนจากข้อใด
ก. ดาวเทียม
ข. พระอาทิตย์
ค. จานดาวเทียม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. ดาวเทียม
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การไฟฟ้านครหลวง กฟน. ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง_การไฟฟ้านครหลวง
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- ข้อสอบวัดความถนัดทางเชาวน์ปัญญา _Aptitude Test
- การสื่อสารข้อมูล _Data Communication
- การออกแบบระบบและใช้เครื่องมือ เช่น ER Diagram
- ข้อสอบการออกแบบระบบฐานข้อมูล ER Diagram และ SOA
- แนวข้อสอบโครงสร้างและกการจัดการฐานข้อมูล
- แนวข้อสอบเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
-แนวข้อสอบระบบการสื่อสารข้อมูล
-แนวคิดเรื่อง SOA _Service Oriented Architecture
-ระบบคอมพิวเตอร์ Computer system
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
1. Data Communications หมายถึงข้อใด
ก. การขนส่งข้อมูล
ข. การสื่อสารข้อมูล
ค. การแปลงข้อมูล
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ข. การสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูล (Data Communications) หมายถึง กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านช่องทางสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
2. “เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อุปสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งข้อมูล” คือข้อใด
ก. Noise
ข. Voice
ค. Sink
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. Noise
สัญญาณรบกวน (Noise) เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านผู้ส่งข่าวสาร ผู้รับข่าวสาร และช่องสัญญาณ แต่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะสมมุติให้ทางด้านผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารไม่มีความผิดพลาดตำแหน่งที่ใช้วิเคราะห์ มักจะเป็นที่ตัวกลางหรือช่องสัญญาณ เมื่อไรที่รวมสัญญาณรบกวนด้านผู้ส่งข่าวสารและด้านผู้รับข่าวสารในทางปฏิบัติมักจะใช้วงจรกรอง (Filter) กรองสัญญาณแต่ต้นทางเพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ เช่น การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล เป็นต้น
3. ปัจจัยใดที่ทำให้สัญญาณไมโครเวฟมีสัญญาณอ่อนลงหรือหักเห
ก. ในที่มีอากาศร้อนจัด
ข. ในเขตชุมชนที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
ค. ในสถานที่ที่มีพายุหรือฝน
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
ตอบ ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
เพื่อป้องกันการแทรกหรือรบกวนจากสัญญาณอื่นๆ แต่สัญญาณอาจจะอ่อนลงหรือหักเหได้ในที่มีอากาศร้อนจัด พายุหรือฝน ดังนั้นการติดตั้งจานส่ง-รับสัญญาณจึงต้องให้หันหน้าของจานตรงกัน และหอยิ่งสูงยิ่งส่งสัญญาณได้ไกล
4. ข่ายการสื่อสารข้อมูลเป็นการรับส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางใด
ก. คลื่นไฟฟ้า
ข. แสง
ค. น้ำ
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.
ตอบ ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.
ข่ายการสื่อสารข้อมูล หมายถึง การรับส่งข้อมูลหรือสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางคลื่นไฟฟ้าหรือแสง อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลโดยทั่วไปเรียกว่า ข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)
5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล
ก. Transmisstion Channel
ข. Translate Channel
ค. Receiving Unit
ง. Sending Unit
ตอบ ข. Translate Channel
องค์ประกอบการพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)
1. หน่วยรับข้อมูล (Receiving Unit)
2. หน่วยส่งข้อมูล (Sending Unit)
3. ช่องทางการส่งข้อมูล (Transmisstion Channel)
6. การสื่อสารข้อมูล (Data Transmission) มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
ก. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม และการสื่อสารแบบขนาน
ข. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบไปกลับ และการสื่อสารแบบแจ้งรับ
ค. 3 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม การสื่อสารแบบขนาน และการสื่อสารแบบทางเดียว
ง. 3 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบไปกลับ การสื่อสารแบบทางเดียว และการสื่อสารแบบขนาน
ตอบ ก. 2 รูปแบบ คือ การสื่อสารแบบอนุกรม และการสื่อสารแบบขนาน
วิธีการสื่อสารข้อมูล (Data Transmisstion)
ลักษณะของการสื่อสารข้อมูลมี 2 รูปแบบคือ การสื่อสารแบบอนุกรม (Serial Data Transmission) และการสื่อสารแบบขนาน (Parallel Data Transmission)
7. สถานีไมโครเวฟลอยฟ้า เป็นคำเปรียบเสมือนจากข้อใด
ก. ดาวเทียม
ข. พระอาทิตย์
ค. จานดาวเทียม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. ดาวเทียม
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การไฟฟ้านครหลวง กฟน. ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง_การไฟฟ้านครหลวง
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- ข้อสอบวัดความถนัดทางเชาวน์ปัญญา _Aptitude Test
- การสื่อสารข้อมูล _Data Communication
- การออกแบบระบบและใช้เครื่องมือ เช่น ER Diagram
- ข้อสอบการออกแบบระบบฐานข้อมูล ER Diagram และ SOA
- แนวข้อสอบโครงสร้างและกการจัดการฐานข้อมูล
- แนวข้อสอบเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
-แนวข้อสอบระบบการสื่อสารข้อมูล
-แนวคิดเรื่อง SOA _Service Oriented Architecture
-ระบบคอมพิวเตอร์ Computer system
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
สอบกองทัพไทย กลุ่มงานอาจารย์ศิลปะ
สอบกองทัพไทย กลุ่มงานอาจารย์ศิลปะ
1. การแสดงนาฏศิลป์ไทย นิยมอยู่เพียงเรื่องเดียว คือเรื่องรามเกียรติ์ ซึ้งได้เค้าเดิมมาจากเรื่องรามายณของอินเดียคืออะไร
ก.ละคร ข.ลิเก ค.โขน ง.ระบำ
ตอบ ค.โขน
2. ละครที่ถือเป็นต้นแบบของละครรำทุกชนิด คือ ละครอะไร
ก.ละครใน ข.ละครนอก ค.ละครเสภา ง.ละครชาตรี
ตอบ ง.ละครชาตรี
3. ละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ มีลักษณะการแสดงคล้ายละครโอเปร่าแบบตะวันตก คือ ตัวละครพูดเองร้องเอง และเปลี่ยนฉากไปตามเนื้อเรื่อง คือ ละครอะไร
ก.ละครพันทาง ข.ละครดึกดำบรรพ์ ค.ละครเสภา ง.ละครนอก
ตอบ ข.ละครดึกดำบรรพ์
4. ระบำชนิดที่ถือเป็นมาตรฐาน แสดงประกอบละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง คือระบำอะไร
ก.ระบำไก่ ข.ระบำดาวดึงส์ ค.ระบำเทพบันเทิง ง.ระบำกฤษดาภินิหาร
ตอบ ข.ระบำดาวดึงส์
5. การแสดง โขน ที่ไม่มีการสร้างโรง แสดงกับพื้นดินกลางสนาม นิยมเล่นตอนที่เกี่ยวกับ การรบ การยกทัพ คือข้อใด
ก.โขนกลางแปลง ข.โขนโรงใน
ค.โขนหน้าขอ ง.โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว
ตอบ ก.โขนกลางแปลง
6. นาฏยศัพท์ คือ ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับท่ารำ การยกแขนให้ได้ส่วนยกสูง ตั้งข้อมือ ฝ่ามือเหยียดตรงทั้งสี่นิ้ว นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย หักข้อมือเข้าหาลำแขน หมายถึงข้อใด
ก.กันวง ข.ตั้งวง ค.จีบหงาย ง.จีบวง
ตอบ ข.ตั้งวง
7. การตัดตอนจากวรรณคดีเอกเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อใช้แสดงในข้อใด
ก.ละครนอก ข.ละครใน ค.โขน ง.ระบำ
ตอบ ค.โขน
8. ภาษาทางนาฏศิลป์ใช้เรียกการแสดงท่าทางในการพูดของตัวละครว่าอย่างไร
ก.นาฏยศัพท์ ข.การตีบท ค.บทของละคร ง.ภาษาของการแสดง
ตอบ ข.การตีบท
9. การละครและการฟ้อนรำของไทยที่ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ ได้แบบแผนมาจากชนชาติใด
ก.จีน ข.เขมร ค.ลาว ง.อินเดีย
ตอบ ง.อินเดีย
10. การละครที่ใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน และมีตัวแสดงเพียง 3 ตัว คือละครในข้อใด
ก.ละครใน ข.ละครนอก ค.ละครชาตรี ง.ละครดึกดำบรรพ์ตอบ ข.ละครนอก
11. การละครของไทยที่แสดงท่าทางเหมือนอย่างสามัญชนและเปลี่ยนฉากไปตามท้องเรื่อง คือละครในข้อใด
ก.ละครพูดกับละครพันทาง ข.ละครพูดกับละครดึกดำบรรพ์
ค.ละครพูดกับละครเสภา ง.ละครพูดกับละครร้อง
ตอบ ก.ละครพูดกับละครพันทาง
12. ต้นกำเนิดของการแสดงละคร มาจากอะไร
ก.การสวดอ้อนวอน ข.การร้องเพลงพื้นบ้าน
ค.การร่ายรำบูชาเทพเจ้า ง.การแสดงทางศาสนา
ตอบ ค.การร่ายรำบูชาเทพเจ้า
13. ศิลปะการแสดงละคร ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน จึงได้ชื่อว่าอย่างไร
ก.รำแม่บท ข.รำอวยพร ค.พระลอตามไก่ ง.ฉุยฉายพราหมณ์
ตอบ ง.ฉุยฉายพราหมณ์
14. ละครนอกแสดงได้ทุกเรื่อง ส่วนการแสดงละครในแสดงเรื่องใดในต่อไปนี้
ก.อิเหนา รามเกียรติ์ และมณีพิชัย ข.อิเหนา รามเกียรติ์ และอุณรุท
ค.อิเหนา รามเกียรติ์ และราชาธิราช ง.อิเหนา รามเกียรติ์ และสกุลตลา
ตอบ ข.อิเหนา รามเกียรติ์ และอุณรุท
15. การแสดงของภาคใต้ คือข้อใด
ก.มโนราห์-ลำกลอน ข.มโนราห์-ลำหมู่
ค.มโนราห์-หนังตะลุง ง.มโนราห์-ลำตัด
ตอบ ค.มโนราห์-หนังตะลุง
16. บ้องไฟ คือการละเล่นพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ค.อีสาน
17. ลำตัด คือการแสดงพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ข.กลาง
18. ฟ้อนเล็บ คือการแสดงพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ก.เหนือ
19. การแสดงของภาคอีสาน คือข้อใด
ก.ลำตัด ข.ฟ้อนเล็บ ค.มโนราห์ ง.ลำเพลิน
ตอบ ง.ลำเพลิน
20. ก่อนจะมีการแสดงละคร ผู้แสดงจะต้องกระทำสิ่งใดก่อน
ก. ไหว้ครู ข. บรรเลงดนตรี ค. ร้องเพลงนำ ง. ร้องเพลงโชว์
ตอบ ก. ไหว้ครู
21. “เถิดเทิง หรือ เทิ่งบอง” เรียกตามเสียงกลองที่ได้ยินิ ใช้ประกอบการรำพื้นเมืองของไทยภาคใด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
ตอบ ข. ภาคกลาง
22. บทบาทของตัวละครบนเวที ที่ปรากฎต่อผู้ชมในด้านต่างๆ เช่น สีหน้า ท่าทาง จังหวะ การเคลื่อนไหวคืออะไร
ก. การใช้ภาษา ข. ภาพ ค. ความคิด ง. ตัวละคร
ตอบ ข. ภาพ
23. บทพูดร้องที่ดี จะต้องเป็นอย่างไร
ก. เหมาะสมกับลักษณะของผู้แสดงแต่ละคราว
ข. ปรับปรุงไปตามความเหมาะสมกับเวลาและโอกาส
ค. เหมาะสมกับลักษณะของการละครและนิสัยของตัวละคร
ง. เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพและเหตุการณ์ของบ้านเมือง
ตอบ ค. เหมาะสมกับลักษณะของการละครและนิสัยของตัวละคร
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกองทัพไทย กลุ่มงานอาจารย์ศิลปะ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบข่าวและเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม ประจำปี พ.ศ. 2555
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
- ข้อสอบนาฎศิลป์ขั้นพื้นฐาน จารีต-นาฎศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทย
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
1. การแสดงนาฏศิลป์ไทย นิยมอยู่เพียงเรื่องเดียว คือเรื่องรามเกียรติ์ ซึ้งได้เค้าเดิมมาจากเรื่องรามายณของอินเดียคืออะไร
ก.ละคร ข.ลิเก ค.โขน ง.ระบำ
ตอบ ค.โขน
2. ละครที่ถือเป็นต้นแบบของละครรำทุกชนิด คือ ละครอะไร
ก.ละครใน ข.ละครนอก ค.ละครเสภา ง.ละครชาตรี
ตอบ ง.ละครชาตรี
3. ละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ มีลักษณะการแสดงคล้ายละครโอเปร่าแบบตะวันตก คือ ตัวละครพูดเองร้องเอง และเปลี่ยนฉากไปตามเนื้อเรื่อง คือ ละครอะไร
ก.ละครพันทาง ข.ละครดึกดำบรรพ์ ค.ละครเสภา ง.ละครนอก
ตอบ ข.ละครดึกดำบรรพ์
4. ระบำชนิดที่ถือเป็นมาตรฐาน แสดงประกอบละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง คือระบำอะไร
ก.ระบำไก่ ข.ระบำดาวดึงส์ ค.ระบำเทพบันเทิง ง.ระบำกฤษดาภินิหาร
ตอบ ข.ระบำดาวดึงส์
5. การแสดง โขน ที่ไม่มีการสร้างโรง แสดงกับพื้นดินกลางสนาม นิยมเล่นตอนที่เกี่ยวกับ การรบ การยกทัพ คือข้อใด
ก.โขนกลางแปลง ข.โขนโรงใน
ค.โขนหน้าขอ ง.โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว
ตอบ ก.โขนกลางแปลง
6. นาฏยศัพท์ คือ ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับท่ารำ การยกแขนให้ได้ส่วนยกสูง ตั้งข้อมือ ฝ่ามือเหยียดตรงทั้งสี่นิ้ว นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย หักข้อมือเข้าหาลำแขน หมายถึงข้อใด
ก.กันวง ข.ตั้งวง ค.จีบหงาย ง.จีบวง
ตอบ ข.ตั้งวง
7. การตัดตอนจากวรรณคดีเอกเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อใช้แสดงในข้อใด
ก.ละครนอก ข.ละครใน ค.โขน ง.ระบำ
ตอบ ค.โขน
8. ภาษาทางนาฏศิลป์ใช้เรียกการแสดงท่าทางในการพูดของตัวละครว่าอย่างไร
ก.นาฏยศัพท์ ข.การตีบท ค.บทของละคร ง.ภาษาของการแสดง
ตอบ ข.การตีบท
9. การละครและการฟ้อนรำของไทยที่ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ ได้แบบแผนมาจากชนชาติใด
ก.จีน ข.เขมร ค.ลาว ง.อินเดีย
ตอบ ง.อินเดีย
10. การละครที่ใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน และมีตัวแสดงเพียง 3 ตัว คือละครในข้อใด
ก.ละครใน ข.ละครนอก ค.ละครชาตรี ง.ละครดึกดำบรรพ์ตอบ ข.ละครนอก
11. การละครของไทยที่แสดงท่าทางเหมือนอย่างสามัญชนและเปลี่ยนฉากไปตามท้องเรื่อง คือละครในข้อใด
ก.ละครพูดกับละครพันทาง ข.ละครพูดกับละครดึกดำบรรพ์
ค.ละครพูดกับละครเสภา ง.ละครพูดกับละครร้อง
ตอบ ก.ละครพูดกับละครพันทาง
12. ต้นกำเนิดของการแสดงละคร มาจากอะไร
ก.การสวดอ้อนวอน ข.การร้องเพลงพื้นบ้าน
ค.การร่ายรำบูชาเทพเจ้า ง.การแสดงทางศาสนา
ตอบ ค.การร่ายรำบูชาเทพเจ้า
13. ศิลปะการแสดงละคร ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน จึงได้ชื่อว่าอย่างไร
ก.รำแม่บท ข.รำอวยพร ค.พระลอตามไก่ ง.ฉุยฉายพราหมณ์
ตอบ ง.ฉุยฉายพราหมณ์
14. ละครนอกแสดงได้ทุกเรื่อง ส่วนการแสดงละครในแสดงเรื่องใดในต่อไปนี้
ก.อิเหนา รามเกียรติ์ และมณีพิชัย ข.อิเหนา รามเกียรติ์ และอุณรุท
ค.อิเหนา รามเกียรติ์ และราชาธิราช ง.อิเหนา รามเกียรติ์ และสกุลตลา
ตอบ ข.อิเหนา รามเกียรติ์ และอุณรุท
15. การแสดงของภาคใต้ คือข้อใด
ก.มโนราห์-ลำกลอน ข.มโนราห์-ลำหมู่
ค.มโนราห์-หนังตะลุง ง.มโนราห์-ลำตัด
ตอบ ค.มโนราห์-หนังตะลุง
16. บ้องไฟ คือการละเล่นพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ค.อีสาน
17. ลำตัด คือการแสดงพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ข.กลาง
18. ฟ้อนเล็บ คือการแสดงพื้นเมืองของภาคใด
ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้
ตอบ ก.เหนือ
19. การแสดงของภาคอีสาน คือข้อใด
ก.ลำตัด ข.ฟ้อนเล็บ ค.มโนราห์ ง.ลำเพลิน
ตอบ ง.ลำเพลิน
20. ก่อนจะมีการแสดงละคร ผู้แสดงจะต้องกระทำสิ่งใดก่อน
ก. ไหว้ครู ข. บรรเลงดนตรี ค. ร้องเพลงนำ ง. ร้องเพลงโชว์
ตอบ ก. ไหว้ครู
21. “เถิดเทิง หรือ เทิ่งบอง” เรียกตามเสียงกลองที่ได้ยินิ ใช้ประกอบการรำพื้นเมืองของไทยภาคใด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
ตอบ ข. ภาคกลาง
22. บทบาทของตัวละครบนเวที ที่ปรากฎต่อผู้ชมในด้านต่างๆ เช่น สีหน้า ท่าทาง จังหวะ การเคลื่อนไหวคืออะไร
ก. การใช้ภาษา ข. ภาพ ค. ความคิด ง. ตัวละคร
ตอบ ข. ภาพ
23. บทพูดร้องที่ดี จะต้องเป็นอย่างไร
ก. เหมาะสมกับลักษณะของผู้แสดงแต่ละคราว
ข. ปรับปรุงไปตามความเหมาะสมกับเวลาและโอกาส
ค. เหมาะสมกับลักษณะของการละครและนิสัยของตัวละคร
ง. เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพและเหตุการณ์ของบ้านเมือง
ตอบ ค. เหมาะสมกับลักษณะของการละครและนิสัยของตัวละคร
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกองทัพไทย กลุ่มงานอาจารย์ศิลปะ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบข่าวและเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม ประจำปี พ.ศ. 2555
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
- ข้อสอบนาฎศิลป์ขั้นพื้นฐาน จารีต-นาฎศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทย
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ ราคา 399 บาท
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555
สอบนายสิบ ม.6 สายปราบปราม
สอบนายสิบ ม.6 สายปราบปราม
1.ความสุขของมนุษย์คือข้อใด
1.ความร่ำรวย
2.มีบริวารคอยรับใช้
3.ความหลุดพ้นจากกิเลส
4.การบริจาคทรัพย์
2.จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด
1.จิตฟุ้งซ่าน
2.เมื่อจิตถูกบีบคั้น
3.เมื่อจิตใจสบาย
4.เมื่อควบคุมจิตได้
3.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง
“ความรักและสันติ”
1.วันวิสาขบูชา
2.วันมาฆบูชา
3.วันอาสาฬหบูชา
4.วันเข้าพรรษา
4.คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด
1.เมตตา
2.กรุณา
3.เสียสละ
4.มีวินัย
5.การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลายควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น
หลักปฏิบัติ
1.มีวินัย3.ซื่อสัตย์สุจริต
2.กตัญญูกตเวที4.ความรับผิดชอบ
6.ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา
1.ห้ามฆ่าสัตว์
2.ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น
3.ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก
4.ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน1คน
7.หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า“โลกบาล”
1.ขันติ –โสรัจจะ
2.หิริ –โอตัปปะ
3.ฉันทะ –วิริยะ
4.เมตตา –กรุณา
8.การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง
1.ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน
2.สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน
3.สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
4.ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง
9.ทำไมจึงกล่าวว่า “การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม”
1.เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย
2.เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน
3.เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน
4.เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน
10.“มหาสมุทรที่กว้างใหญ่แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง”
คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด
1.ความอ่อนน้อมถ่อมตน
2.ความเป็นผู้ว่าง่าย
3.ความอดทน
4.การพบปะสมณะ
11.การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้
มากที่สุด
1.สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
2.สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
3.ความอดทน
4.การพบปะสมณะ
12.ตามหลักพุทธศาสนาสิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น3เรียกว่า
ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร
1.สุขเวทนาทุกเวทนาอทุกขมสุขเวทนา
2.เวทนาสัญญาสังขาร
3.วิญญาณกุศลอกุศล
4.อนิจจังทุกขังอนัตตตา
13.ตามหลักพุทธศาสนาเหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร
1.ตัณหา3ได้แก่กามตัณหาภวตัณหาและวิภวตัณหา
2.กิเลส2คือกิเลสกามและวัตถุกาม
3.ขันธ์3คือเวทนาสัญญาและสังขาร
4.มิจฉาทิฏฐิพยาบาทและอกุศลกรรม
14.ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก
ได้แก่ศีลอะไร
1.ศีลมหาสนิท
2.ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป
3.ศีลล้างบาป
4.ศีลบรรพชาหรือศีลบวช
15.ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ
1.ทานศีลบริจาค
2.มัทวะตบะอักโกธะ
3.อาชวะอวิโรธนะขันติ
4.สมณทัสสนะโสวจตัสสตาคารวะ
16.หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโกหมายความว่าอย่างไร
1.หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่
2.หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ
3.หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล
4.หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า“ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา”
17.ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู
1.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
2.ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน
3.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ
4.หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
18.ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดจึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่หลักในกุศลธรรมบท10ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด
1.เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้
2.เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
3.เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น
4.เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต
19.ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนายกเว้นข้อใด
1.ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
2.ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต
3.ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
4.ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
20.ประชาชนขาดธรรมข้อใดที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด
1.สัมมาวาจา
2.สัมมาสมาธิ
3.สัมมาอาชีวะ
4.สัมมาวายามะ
21.“ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”คำกล่าวนี้
แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา
1.อนัตตลักษณะ
2.ทุกขลักษณะ
3.สามัญลักษณะ
4.อนิจจลักษณะ
22.สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง
ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด
1.ความรับผิดชอบต่อครอบครัว
2.ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม
3.อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก
4.ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย
23.ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ
1.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย
2.พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต
3.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้ใหญ่
4.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื
ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย
24.“การกระทำความชั่วการทำแต่ความดีการชำระจิตใจให้ผ่องใส”ตรง
กับหลักคำสอนในข้อใด
1.ทานศีลภาวนา
2.ศีลสมาธิปัญญา
3.อโลภะอโทสะอโมหะ
4.กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม
25.จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด
1.สติสัมปชัญญธรรม
2.กตัญญูกตเวทิตาธรรม
3.หิริโอตตัปปธรรม
4.อัปปมาทธรรม
26.เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา
1.ความกลัว
2.ความไม่รู้
3.สภาพทางภูมิศาสตร์
4.อิทธิพลของบุคคลสำคัญ
27.ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ10นั้น
ข้อใดเป็นผลโดยตรง
1.บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ
2.น่าเคารพนับถือ
3.คิดดีพูดดีทำดี
4.สุขกายสบายใจ
28.มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
1.อวิชชา
2.ความกลัว
3.ความจงรักภักดี
4.อิทธิพลของผู้นำ
29.ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์คืออะไร
1.ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา
2.ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน
3.ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด
4.การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ
30.ในทางจริยศาสตร์“มโนธรรม”หมายถึงข้อใด
1.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับจากหลักศีลธรรม
2.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากประสบการณ์
3.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากจิตสำนึก
4.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากสังคม
31.มโนสุจริตคือข้อใด
1.ไม่โลภ
2.ไม่พยาบาท
3.เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม
4.ถูกทุกข้อ
32.ท่านคิดว่าอาภรณ์หรือเครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของข้าราชการตำรวจอยู่
ที่ใด
1.ความมีวินัย
2.มียศสูงมีบริวารมาก
3.มีความรับผิดชอบ
4.เป็นผู้ตรงต่อเวลา
33.“หากกล่าวโดยกว้างๆแล้วจุดมุ่งหมายของศาสนาอยู่ที่การแก้ปัญหา
สากลของมนุษย์”ปัญหาเช่นใดเรียกได้ว่าเป็นปัญหาสากลของมนุษย์
1.ปัญหาสงครามและสันติภาพ
2.ปัญหาความยากจนและอาชญากรรม
3.ปัญหาความสุขความทุกข์ความดีความชั่วบุญบาปคืออะไร
ตายแล้วเกิดอีกหรือไม่
4.ปัญหาเสรีภาพและความยุติธรรมในสังคม
34.ข้อใดจัดเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของบุตรในการบำรุงบิดามารดา
1.ดูแลให้ท่านเป็นสุข
2.ประพฤติตนเป็นคนดี
3.ช่วยเหลือการงานของท่าน
4.เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วทำบุญอุทิศให้ท่าน
35.“กาลามสูตร”เกี่ยวข้องกับเรื่องใด
1.การรู้จักต้อนรับแขก
2.การศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง
3.การไม่ปลงใจเชื่อในสิ่งใดง่ายๆ
4.การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่าง
36.พฤติกรรมต่อไปนี้ข้อใดคือความลำเอียงอันเนื่องมาจาก“ฉันทาคติ”
1.ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับผู้มาติดต่อข้าราชการเพราะบุคคลผู้นั้น
บริจาคเงินให้แก่ทางราชการเป็นจำนวนมาก
2.ปล่อยตัวผู้ต้องกาเนื่องจากเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลจะลอบทำร้าย
3.จับผู้มีอิทธิพลเพราะไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัว
4.จับผู้ต้องหาทั้งๆที่ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ
37.จงเรียงลำดับวันของพระพุทธศาสนานับตั้งแต่ต้นปีให้ถูกต้อง
1.วันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันเข้าพรรษาวันมาฆบูชา
2.วันมาฆบูชาวันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันเข้าพรรษา
3.วันวิสาขบูชาวันมาฆบูชาวันเข้าพรรษาวันอาสาฬหบูชา
4.วันเข้าพรรษาวันอาสาฬหบูชาวันมาฆบูชาวันวิสาขบูชา
38.ข้อใดจัดเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดของพระพุทธศาสนา
1.การบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
2.การหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
3.การละเว้นความชั่วทั้งปวง
4.การตั้งมั่นอยู่ในการทำความดี
39.ดินแดนชมพูทวีปในสมัยโบราณนั้นในปัจจุบันคือดินแดนประเทศอะไร
1.เนปาล
2.ปากีสถาน
3.อินเดีย
4.รวมทั้งสามประเทศ
40.ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่าลัทธิต่างจากศาสนา
1.ไม่มีผู้ก่อตั้ง
2.ไม่มีพิธีกรรม
3.ไม่มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
4.ไม่มีคำสั่งสอนเรื่องศีลธรรม
จำหน่ายเอกสารข้อสอบพลตำรวจ กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไปทางคณิตศาสตร์ 100 ข้อ อธิบายละเอียด
- ข้อสอบวิชาภาษาไทย 200 ข้อ
- แนวข้อสอบจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิต 100 ข้อ
- แนวข้อสอบวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น 250 ข้อ
- ข้อสอบวิชาวิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ 200 ข้อ
- แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ 100 ข้อ อธิบายละเอียด
จำหน่ายเอกสารข้อสอบพลตำรวจ กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
ไฟล์เอกสารส่งทางเมล ชุดละ 399 บาท
VCD ติวชุดละ 2,500 บาท รวมค่าส่ง EMS
หนังสือ 2 เล่ม + MP3 ราคา 679 รวมค่าส่ง EMS
สนใจสั่งซื้อมาที่ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
1.ความสุขของมนุษย์คือข้อใด
1.ความร่ำรวย
2.มีบริวารคอยรับใช้
3.ความหลุดพ้นจากกิเลส
4.การบริจาคทรัพย์
2.จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด
1.จิตฟุ้งซ่าน
2.เมื่อจิตถูกบีบคั้น
3.เมื่อจิตใจสบาย
4.เมื่อควบคุมจิตได้
3.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง
“ความรักและสันติ”
1.วันวิสาขบูชา
2.วันมาฆบูชา
3.วันอาสาฬหบูชา
4.วันเข้าพรรษา
4.คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด
1.เมตตา
2.กรุณา
3.เสียสละ
4.มีวินัย
5.การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลายควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น
หลักปฏิบัติ
1.มีวินัย3.ซื่อสัตย์สุจริต
2.กตัญญูกตเวที4.ความรับผิดชอบ
6.ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา
1.ห้ามฆ่าสัตว์
2.ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น
3.ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก
4.ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน1คน
7.หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า“โลกบาล”
1.ขันติ –โสรัจจะ
2.หิริ –โอตัปปะ
3.ฉันทะ –วิริยะ
4.เมตตา –กรุณา
8.การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง
1.ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน
2.สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน
3.สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
4.ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง
9.ทำไมจึงกล่าวว่า “การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม”
1.เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย
2.เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน
3.เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน
4.เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน
10.“มหาสมุทรที่กว้างใหญ่แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง”
คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด
1.ความอ่อนน้อมถ่อมตน
2.ความเป็นผู้ว่าง่าย
3.ความอดทน
4.การพบปะสมณะ
11.การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้
มากที่สุด
1.สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
2.สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
3.ความอดทน
4.การพบปะสมณะ
12.ตามหลักพุทธศาสนาสิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น3เรียกว่า
ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร
1.สุขเวทนาทุกเวทนาอทุกขมสุขเวทนา
2.เวทนาสัญญาสังขาร
3.วิญญาณกุศลอกุศล
4.อนิจจังทุกขังอนัตตตา
13.ตามหลักพุทธศาสนาเหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร
1.ตัณหา3ได้แก่กามตัณหาภวตัณหาและวิภวตัณหา
2.กิเลส2คือกิเลสกามและวัตถุกาม
3.ขันธ์3คือเวทนาสัญญาและสังขาร
4.มิจฉาทิฏฐิพยาบาทและอกุศลกรรม
14.ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก
ได้แก่ศีลอะไร
1.ศีลมหาสนิท
2.ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป
3.ศีลล้างบาป
4.ศีลบรรพชาหรือศีลบวช
15.ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ
1.ทานศีลบริจาค
2.มัทวะตบะอักโกธะ
3.อาชวะอวิโรธนะขันติ
4.สมณทัสสนะโสวจตัสสตาคารวะ
16.หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโกหมายความว่าอย่างไร
1.หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่
2.หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ
3.หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล
4.หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า“ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา”
17.ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู
1.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
2.ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน
3.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ
4.หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
18.ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดจึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่หลักในกุศลธรรมบท10ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด
1.เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้
2.เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
3.เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น
4.เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต
19.ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนายกเว้นข้อใด
1.ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
2.ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต
3.ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
4.ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
20.ประชาชนขาดธรรมข้อใดที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด
1.สัมมาวาจา
2.สัมมาสมาธิ
3.สัมมาอาชีวะ
4.สัมมาวายามะ
21.“ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”คำกล่าวนี้
แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา
1.อนัตตลักษณะ
2.ทุกขลักษณะ
3.สามัญลักษณะ
4.อนิจจลักษณะ
22.สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง
ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด
1.ความรับผิดชอบต่อครอบครัว
2.ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม
3.อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก
4.ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย
23.ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ
1.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย
2.พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต
3.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้ใหญ่
4.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื
ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย
24.“การกระทำความชั่วการทำแต่ความดีการชำระจิตใจให้ผ่องใส”ตรง
กับหลักคำสอนในข้อใด
1.ทานศีลภาวนา
2.ศีลสมาธิปัญญา
3.อโลภะอโทสะอโมหะ
4.กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม
25.จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด
1.สติสัมปชัญญธรรม
2.กตัญญูกตเวทิตาธรรม
3.หิริโอตตัปปธรรม
4.อัปปมาทธรรม
26.เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา
1.ความกลัว
2.ความไม่รู้
3.สภาพทางภูมิศาสตร์
4.อิทธิพลของบุคคลสำคัญ
27.ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ10นั้น
ข้อใดเป็นผลโดยตรง
1.บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ
2.น่าเคารพนับถือ
3.คิดดีพูดดีทำดี
4.สุขกายสบายใจ
28.มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
1.อวิชชา
2.ความกลัว
3.ความจงรักภักดี
4.อิทธิพลของผู้นำ
29.ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์คืออะไร
1.ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา
2.ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน
3.ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด
4.การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ
30.ในทางจริยศาสตร์“มโนธรรม”หมายถึงข้อใด
1.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับจากหลักศีลธรรม
2.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากประสบการณ์
3.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากจิตสำนึก
4.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากสังคม
31.มโนสุจริตคือข้อใด
1.ไม่โลภ
2.ไม่พยาบาท
3.เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม
4.ถูกทุกข้อ
32.ท่านคิดว่าอาภรณ์หรือเครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของข้าราชการตำรวจอยู่
ที่ใด
1.ความมีวินัย
2.มียศสูงมีบริวารมาก
3.มีความรับผิดชอบ
4.เป็นผู้ตรงต่อเวลา
33.“หากกล่าวโดยกว้างๆแล้วจุดมุ่งหมายของศาสนาอยู่ที่การแก้ปัญหา
สากลของมนุษย์”ปัญหาเช่นใดเรียกได้ว่าเป็นปัญหาสากลของมนุษย์
1.ปัญหาสงครามและสันติภาพ
2.ปัญหาความยากจนและอาชญากรรม
3.ปัญหาความสุขความทุกข์ความดีความชั่วบุญบาปคืออะไร
ตายแล้วเกิดอีกหรือไม่
4.ปัญหาเสรีภาพและความยุติธรรมในสังคม
34.ข้อใดจัดเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของบุตรในการบำรุงบิดามารดา
1.ดูแลให้ท่านเป็นสุข
2.ประพฤติตนเป็นคนดี
3.ช่วยเหลือการงานของท่าน
4.เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วทำบุญอุทิศให้ท่าน
35.“กาลามสูตร”เกี่ยวข้องกับเรื่องใด
1.การรู้จักต้อนรับแขก
2.การศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง
3.การไม่ปลงใจเชื่อในสิ่งใดง่ายๆ
4.การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่าง
36.พฤติกรรมต่อไปนี้ข้อใดคือความลำเอียงอันเนื่องมาจาก“ฉันทาคติ”
1.ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับผู้มาติดต่อข้าราชการเพราะบุคคลผู้นั้น
บริจาคเงินให้แก่ทางราชการเป็นจำนวนมาก
2.ปล่อยตัวผู้ต้องกาเนื่องจากเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลจะลอบทำร้าย
3.จับผู้มีอิทธิพลเพราะไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัว
4.จับผู้ต้องหาทั้งๆที่ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ
37.จงเรียงลำดับวันของพระพุทธศาสนานับตั้งแต่ต้นปีให้ถูกต้อง
1.วันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันเข้าพรรษาวันมาฆบูชา
2.วันมาฆบูชาวันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันเข้าพรรษา
3.วันวิสาขบูชาวันมาฆบูชาวันเข้าพรรษาวันอาสาฬหบูชา
4.วันเข้าพรรษาวันอาสาฬหบูชาวันมาฆบูชาวันวิสาขบูชา
38.ข้อใดจัดเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดของพระพุทธศาสนา
1.การบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
2.การหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
3.การละเว้นความชั่วทั้งปวง
4.การตั้งมั่นอยู่ในการทำความดี
39.ดินแดนชมพูทวีปในสมัยโบราณนั้นในปัจจุบันคือดินแดนประเทศอะไร
1.เนปาล
2.ปากีสถาน
3.อินเดีย
4.รวมทั้งสามประเทศ
40.ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่าลัทธิต่างจากศาสนา
1.ไม่มีผู้ก่อตั้ง
2.ไม่มีพิธีกรรม
3.ไม่มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
4.ไม่มีคำสั่งสอนเรื่องศีลธรรม
จำหน่ายเอกสารข้อสอบพลตำรวจ กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไปทางคณิตศาสตร์ 100 ข้อ อธิบายละเอียด
- ข้อสอบวิชาภาษาไทย 200 ข้อ
- แนวข้อสอบจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิต 100 ข้อ
- แนวข้อสอบวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น 250 ข้อ
- ข้อสอบวิชาวิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ 200 ข้อ
- แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ 100 ข้อ อธิบายละเอียด
จำหน่ายเอกสารข้อสอบพลตำรวจ กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
ไฟล์เอกสารส่งทางเมล ชุดละ 399 บาท
VCD ติวชุดละ 2,500 บาท รวมค่าส่ง EMS
หนังสือ 2 เล่ม + MP3 ราคา 679 รวมค่าส่ง EMS
สนใจสั่งซื้อมาที่ สั่งซื้อแนวข้อสอบแจ้งที่อีเมล์ hpongsayathanawat@gmail.com
ระบุหน่วยงานและตำแหน่งที่สอบ
ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 5492022200 ชื่อบัญชี หัสพงศ์ พงศยาธนาวัฒน์
ชำระเงินแล้วโทรแจ้ง 082-1068662 หรือ แจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว ระบุวันที่ เวลา ยอดเงินที่โอน
www.topthaitest.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)